MESUB TRAVEL

บริการวีซ่าอเมริกา

สะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า

     พูดถึงเรื่องการขอวีซ่าอเมริกา (US) หลาย ๆ คนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของประเภทวีซ่าที่ต้องดำเนินการขอ เอกสารที่ต้องเตรียม การลุ้นว่าวีซ่านี้จะผ่านไหม นั้นเพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นประเทศ ที่มีประเภทวีซ่าย่อยค่อนข้างข้างหลากหลาย และจุดประสงค์การเดินทางไปอเมริกาของแต่ละคน มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวอย่างอุทยาน สถานที่ที่ถ้าพูดถึงอเมริกาทุกคนจะนึกถึง เช่น Grand Canyon, Disney World, เทพีเสรีภาพ, สะพาน Golden Gate หรือ โปรแกรมยอดฮิตช่วง Summer  อย่าง Work & Travel และมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง MIT, Harvard และ มหาวิทยาลัยระดับ IVY League อื่น ๆ อีกมากมากมาย รวมไปถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างที่เราคุ้นเคยกัน ทั้ง Apple, Goolgle, Amazon และ Facebook อีกทั้งยังมีหลากหลายสายงานในสหรัฐฯ จริง ๆ แล้วการดำเนินการขอวีซ่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด อาจลองเริ่มต้นจากการดูจุดประสงค์ก่อนว่า อยากไปประเทศนี้เพื่อทำอะไร ขอวีซ่า และเตรียมเอกสารให้ครบตามที่เป็นเงื่อนไข ซึ่งทาง Mesub มีบริการให้คำปรึกษา

  • คุณเดินทางมาจากประเทศไหน
  • ทำไมคุณถึงอยากที่จะมาอเมริกา
  • คุณจะมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกานานเท่าไหร่
  • สถานการณ์ หรือ ทักษะส่วนตัวของคุณ

       ถ้าอยากเดินทางเพื่อที่จะมาท่องเที่ยว หรือ business trip/seminar ระยะสั้นให้ยื่นสมัครวีซ่าท่องเที่ยว (B-2) แต่หากใครมีการประชุมธุรกิจ หรือ เดินทางมาในลักษณะของ Business trip ให้ยื่นสมัครวีซ่าธุรกิจ (B-1) หรือ ใครเป็นสายการลงทุนอยากเปิดธุรกิจที่ประเทศนี้ ให้ยื่นสมัครวีซ่านักลงทุน (E-2) และสำหรับโปรแกรม Work & Travel หรือ โครงการแลกเปลี่ยนจะต้องยื่นสมัครวีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) ส่วนวีซ่านักเรียนที่จะมาเรียนที่อเมริกาในระยะยาว หรือ เรียนในระดับมหาวิทยาลัยจำเป็นที่ต้องยื่นสมัครวีซ่านักเรียน (F1 / M1) 

MESUB TRAVEL

รีวิวจากลูกค้า

รู้จักเจ้านี้มานานแล้วค่ะ ใช้บริการวีซ่าประจำ ทุกประเทศที่ไปเลย ดูแลดีมาก

John De marli

รู้จักเจ้านี้มานานแล้วค่ะ ใช้บริการวีซ่าประจำ ทุกประเทศที่ไปเลย ดูแลดีมาก

John De marli

ทําวีซ่ากับเรา
MESUB TRAVEL

ดียังไง

ลดเวลา

  • ไม่ต้องรอคิว
  • ไม่ต้องเสียเวลาทําเอกสาร

ลดขั้นตอน

  • ไม่ต้องกรอกฟอร์มเอง
  • ไม่ต้องเขียนเอกสารเพิ่ม

เพิ่มโอกาสผ่าน

  • การันตี กว่า 10,000+ เคสสําเร็จ
  • ประสบการณ์เยอะ ผ่านมาทุกเคส

ลดเวลา

  • ไม่ต้องรอคิว
  • ไม่ต้องเสียเวลาทําเอกสาร

ลดขั้นตอน

  • ไม่ต้องกรอกฟอร์มเอง
  • ไม่ต้องเขียนเอกสารเพิ่ม

เพิ่มโอกาสผ่าน

  • การันตี กว่า 10,000+ เคสสําเร็จ
  • ประสบการณ์เยอะ ผ่านมาทุกเคส

ขั้นตอนการทำ
วีซ่ากับเรา

วีซ่าอเมริกา

ประเภทของวีซ่า

      หากแบ่งตามประเภทวีซ่าถือได้ว่ามีความหลากหลายมาก โดยขึ้นอยู่กับทั้งระยะเวลาที่จะไปอยู่ในอเมริกา จุดประสงค์ต่าง ๆ โดยจะมี 3 ประเภทหลักที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ได้แก่

เอกสารที่ต้องเตรียม

มีอายุเหลืออย่างน้อยที่สุด 6 เดือน

วีซ่าท่องเที่ยว อเมริกา
  • ขนาด 2×2 นิ้ว หน้าตรง พื้นหลังสีขาว
    ห้ามใส่แว่นตาและควรเปิดหน้า
  • บัตรประชาชน 
  • ทะเบียนบ้าน 
  • ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล 
  • ทะเบียนสมรส ใบหย่า
  • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา 
    ผลการเรียน
  • หนังสือรับรองการทำงาน (ออกไม่เกิน 1 เดือน) 
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี) 
  • ในกรณีที่เป็นเจ้าของธุรกิจให้แสดงหนังสือรับรองบริษัทที่คัดมาจาก DBD ไม่เกิน 3 เดือน หรือทะเบียนการค้า
วีซ่านักเรียนอเมริกา

รายละเอียด และค่าใช้จ่ายวีซ่าประเภทต่าง ๆ

วีซ่าอเมริกา แต่ละประเภทนั้นจะใช้เอกสารหลักที่คล้ายกัน เช่น หนังสือเดินทาง สมุดเดินบัญชี (Bank Statement) ทะเบียนบ้าน จุดประสงค์ของการเดินทางเป็นต้น แต่เนื่องจากวีซ่ามีหลายประเภท และจุดประสงค์แตกต่างกันไป จึงมีการใช้เอกสารย่อย หรือ เอกสารเฉพาะที่แตกต่างกัน ในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายรายละเอียดของวีซ่าแต่ละประเภท และเอกสารเบื้องต้น

1. วีซ่าธุรกิจ (B1) และ วีซ่าท่องเที่ยว (B-2)

วีซ่า B-1 และ B-2 สหรัฐอเมริกา (US) เป็นวีซ่าที่มีสิทธิ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันในบางส่วน นั้นก็คือ วีซ่าธุรกิจ (B1) เป็นวีซ่าที่จุดประสงค์คือทางด้านธุรกิจ เช่น เดินทางไปประชุมงาน / Business Trip / Seminar / Exhibition ในขณะที่วีซ่าท่องเที่ยว (B-2) จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางที่มาท่องเที่ยวที่อเมริกา อีกทั้งยังครอบคลุมในเรื่องของการรักษาทางการแพทย์ (Medical treatment) อีกด้วย

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยว (B-1) วีซ่าท่องเที่ยว (B-2) สามารถทำได้

 

  • ท่องเที่ยว
  • แวะหาญาติ หรือ พบปะเพื่อน
  • ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา
  • การรักษาทางการแพทย์
  • ทำธุรกิจระยะสั้น* (เฉพาะวีซ่า B-2)

2. วีซ่านักเรียน (F-1)

เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาที่อเมริกาเพื่อการเรียนศึกษาต่อโดยเฉพาะซึ่งผู้ที่ไปเรียนนั้นจะได้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่จะเรียนในการเรียนภาษาระยะยาว รวมไปถึงระดับปริญญาฯ ไม่ว่าจะเป็น ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกที่อเมริกา

และวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าที่ถือได้ว่าใช้เอกสารเฉพาะค่อนข้างเยอะ และหลากหลาย ดังนั้นเพื่อความมั่นใจในยื่นสมัครวีซ่านักเรียน (F1) สามารถแอดไลน์มาปรึกษา และขอคำแนะนำกับทาง Mesub Travel ได้เช่นเดียวกัน

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่านักเรียน (F-1) สามารถทำได้

 

  • มีสิทธิ์เข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง (SEVIS-approved)
  • สามารถเข้าเรียนในระดับการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก
  • มีสิทธิ์ทำงานในบริบททางวิชาชีพ (Optional Practical Training, OPT) หลังจบการศึกษาเพื่อได้ประสบการณ์การทำงาน
  • มีสิทธิ์สมัครทำงานในสถานที่ศึกษา (on-campus employment) โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจาก USCIS
  • นักเรียน F-1 ที่จบการศึกษามีสิทธิ์ยื่นคำขอ OPT เพื่อทำงานในสาขาที่เรียนไป
  • นักเรียน F-1 ที่ต้องการทำงานในสถานที่ศึกษาในระหว่างการศึกษาสามารถทำการสมัคร CPT (Curricular Practical Training) ได้
  • มีสิทธิ์ท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา ก่อนหรือหลังการเรียน (ทั้งนี้ก็ต่อเมืื่อวีซ่าได้รับอนุมัติแล้ว)
  • มีสิทธิ์อยู่ในสหรัฐตลอดระยะเวลาการศึกษา
  • มีสิทธิ์เข้า และออกของสหรัฐในระหว่างระยะเวลาการศึกษา
  • มีสิทธิ์ยื่นคำขอต่อวีซ่าเพื่อดำรงชีวิตในสหรัฐหลังจบการศึกษา (เช่น วีซ่า H-1B หรือ วีซ่าประเภทอื่น ๆ)

3. วีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1)

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวีซ่าได้ที่ได้รับความนิยม เพราะในประเทศไทยมีโครงการแลกเปลี่ยนมากมายทั้งแลกเปลี่ยนในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งอเมริกาก็เป็นประเทศในฝันของหลาย ๆ คนสำหรับการเดินทางไปแลกเปลี่ยน และแน่นอนว่ามีเอกสารที่ต้องเตรียมมากมายทั้งฝั่งนักเรียนเอง และผู้ปกครอง โดยวีซ่าประเภทนี้ก็เหมือนกับวีซ่าประเภทอื่น ๆ ในเรื่องของสิทธิ์ที่บางอย่างทำได้ และไม่สามารถทำได้

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) สามารถทำได้

 

  • สิทธิในด้านการศึกษา: เรียนตามหลักสูตรปกติ เข้าร่วมชมรม เข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียน
  • สิทธิในด้านสุขภาพ: เข้าถึงระบบประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน (อาจแตกต่างกันไปตามโครงการแลกเปลี่ยน)
  • สิทธิในด้านการทำงาน: อนุญาตให้ทำงานบางประเภท เช่น งานในมหาวิทยาลัย ร้านค้าในมหาวิทยาลัย
  • สิทธิในด้านการพำนัก: อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ตามระยะเวลาที่วีซ่ากำหนด
  • สิทธิในด้านเสรีภาพ
 

และสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า (J-1) ไม่สามารถทำได้

 

  • ห้ามทำงานนอกเหนือข้อกำหนด: ทำธุรกิจ รับจ้างอิสระ รับงานนอกมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามเดินทางออกนอกสหรัฐอเมริกาเกินกำหนดวีซ่า
  • ห้ามเปลี่ยนสถานะวีซ่าโดยไม่ได้รับอนุญาต: หากอยากอยู่ต่อต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ชนิดอื่น
  • ห้ามละเมิดกฎหมาย: ขับรถดื่มเหล้า ยาเสพติด ก่ออาชญากรรม
  • ห้ามละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น: การเหยียดผิว ศาสนา ล้วงล้ำความเป็นส่วนตัว

4. วีซ่านักลงทุน (E-2)

วีซ่า E-2, หรือที่เรียกว่า “Investor Visa” เป็นวีซ่าที่ช่วยให้นักลงทุนจากต่างประเทศมีสิทธิ์ในการเข้ามาลงทุน และดำเนินกิจธุรกิจในสหรัฐอเมริกาซึ่งประเทศไทยสามารถสมัครวีซ่านี้ได้ ซึ่งเป็นวีซ่าที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

สำหรับวีซ่านักลงทุน (E-2) จะมีขั้นตอนที่เฉพาะ และใช้เอกสารที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการเตรียมการเป็นพิเศษ

 

  • ต้องมีธุรกิจที่สามารถปฏิบัติงานในสหรัฐอเมริกา
  • นักลงทุนต้องลงทุนเงินในธุรกิจที่มีมูลค่าสมเหตุสมผล
  • การลงทุนต้องเป็นเงินที่มีตัวเลขมีนัยสำคัญและสามารถสร้างงานที่เป็นประโยชน์
  • นักลงทุนต้องเป็นพลเมืองของประเทศที่มีสัญชาติที่มีข้อตกลง E-2 Treaty กับสหรัฐอเมริกา
  • หากเป็นในกรณีที่จัดตั้งบริษัท
    •  สมัคร EIN (Employer Identification Number) จาก Internal Revenue Service (IRS)
  • มีเอกสารรับรองเพื่อให้้มั่นใจว่าทุนในการลงทุนทางธุรกิจเพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อการยื่นสมัคร E-2 Visa
ประเภทวีซ่า ค่าธรรมเนียม (USD) ระยะเวลาพำนักสูงสุด
วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา (B1/B2) 185 10 ปี
วีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) 160 2 ปี
วีซ่านักเรียน (F-1) 510 1 ปี
วีซ่านักลงทุน (E-2) 460 2 ปี

และนี้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับ วีซ่า ต่าง ๆ การเตรียมเอกสารอาจมีความซับซ้อน และ Process ต่าง ๆ  หากคุณกำลังมองหาคนช่วยตรวจเอกสาร  เตรียมการต่าง ๆ สามารถปรึกษาเราได้ที่นี้

MESUB TRAVEL

รีวิวอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วีซ่า

ขอวีซ่าเช้งเก้นอย่างไร เช็คลิสต์ให้พร้อมก่อนยื่นเอกสาร

26 ประเทศขอวีซ่าเชงเก้นได้  เช็กลิสต์ให้พร้อมก่อนขอวีซ่าเชงเก้นในปี 2024 วีซ่าเช้งเก้น (Schengen Visa) คืออะไร? อย่างแรกเลยเราต้องมาเริ่มรู้จักกันก่อนว่า “เชงเก้น (Schengen)” คืออะไร คำว่า “เช้งเก้น (Schengen)” มีที่มาจาก “ความตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement)” ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศในทวีปยุโรป ที่อนุญาตให้สมาชิกในกลุ่ม(ปัจจุบันมี 26 ประเทศ)สามารถเดินทางเข้าออกในประเทศที่เป็นภาคีข้อตกลง (เขตเชงเกน) ได้โดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง

ต่อวีซ่า

ต่อวีซ่านักท่องเที่ยว ต่อวีซ่าทำงาน ไม่ยากอย่างที่คิด!

การต่อวีซ่า หรือขอเปลี่ยนประเภท VISA เพื่อการทำงาน เรียนต่อ และขออยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยว ทำยังไง? สำหรับการต่อวีซ่านั้น ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเมืองไทยมักจะติดใจอยากอยู่เที่ยวต่อ เพราะถูกใจสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมที่หลากหลาย ธรรมชาติที่สวยงาม ความเป็นมิตรของคนไทย อาหารไทยอร่อยมีเอกลักษณ์ มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ฯลฯ ซึ่งการให้เวลาเที่ยวในเมืองไทยเพียง 60 วัน อาจจะไม่พอสำหรับบางคน mesubtravel จึงขอแนะนำการต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อให้อยู่เที่ยวต่อได้อีก 30 วัน ขยายความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่อยากจะอยู่ต่อโดยเฉพาะค่ะ

วีซ่าชาวต่างชาติ

  ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก วีซ่าชาวต่างชาติจึงตอบโจทย์หลาย ๆ คนที่อยากมาอยู่เพื่อท่องเที่ยว ทำงาน เรียนต่อ หรือใช้ชีวิตหลังเกษียณ  การขอวีซ่าจึงเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นสำหรับชาวต่างชาติที่มาอยู่ไทย บทความนี้จะอธิบายประเภทของวีซ่า เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มีแพลนจะมาอยู่ไทยไม่ว่าจะระยะสั้น หรือ ระยะยาว   ประเภทของวีซ่า วีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มาอยู่ไทยมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง ดังนี้ วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) วีซ่าประเภทนี้อาจจะต้องใช้สำหรับบางประเทศ โดยเหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวไทยระยะสั้นไม่เกิน

MESUB TRAVEL

บริการวีซ่าอเมริกา

สะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า

     

     พูดถึงเรื่องการขอวีซ่าอเมริกา (US) หลาย ๆ คนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของประเภทวีซ่าที่ต้องดำเนินการขอ เอกสารที่ต้องเตรียม การลุ้นว่าวีซ่านี้จะผ่านไหม นั้นเพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นประเทศ ที่มีประเภทวีซ่าย่อยค่อนข้างข้างหลากหลาย และจุดประสงค์การเดินทางไปอเมริกาของแต่ละคน มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวอย่างอุทยาน สถานที่ที่ถ้าพูดถึงอเมริกาทุกคนจะนึกถึง เช่น Grand Canyon, Disney World, เทพีเสรีภาพ, สะพาน Golden Gate หรือ โปรแกรมยอดฮิตช่วง Summer  อย่าง Work & Travel และมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง MIT, Harvard และ มหาวิทยาลัยระดับ IVY League อื่น ๆ อีกมากมากมาย รวมไปถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างที่เราคุ้นเคยกัน ทั้ง Apple, Goolgle, Amazon และ Facebook อีกทั้งยังมีหลากหลายสายงานในสหรัฐฯ จริง ๆ แล้วการดำเนินการขอวีซ่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด อาจลองเริ่มต้นจากการดูจุดประสงค์ก่อนว่า อยากไปประเทศนี้เพื่อทำอะไร ขอวีซ่า และเตรียมเอกสารให้ครบตามที่เป็นเงื่อนไข ซึ่งทาง Mesub มีบริการให้คำปรึกษา

  • คุณเดินทางมาจากประเทศไหน
  • ทำไมคุณถึงอยากที่จะมาอเมริกา
  • คุณจะมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกานานเท่าไหร่
  • สถานการณ์ หรือ ทักษะส่วนตัวของคุณ

       

 ถ้าอยากเดินทางเพื่อที่จะมาท่องเที่ยว หรือ business trip/seminar ระยะสั้นให้ยื่นสมัครวีซ่าท่องเที่ยว (B-2) แต่หากใครมีการประชุมธุรกิจ หรือ เดินทางมาในลักษณะของ Business trip ให้ยื่นสมัครวีซ่าธุรกิจ (B-1) หรือ ใครเป็นสายการลงทุนอยากเปิดธุรกิจที่ประเทศนี้ ให้ยื่นสมัครวีซ่านักลงทุน (E-2) และสำหรับโปรแกรม Work & Travel หรือ โครงการแลกเปลี่ยนจะต้องยื่นสมัครวีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) ส่วนวีซ่านักเรียนที่จะมาเรียนที่อเมริกาในระยะยาว หรือ เรียนในระดับมหาวิทยาลัยจำเป็นที่ต้องยื่นสมัครวีซ่านักเรียน (F1 / M1) 

MESUB TRAVEL

รีวิวจากลูกค้า

รู้จักเจ้านี้มานานแล้วค่ะ ใช้บริการวีซ่าประจำ ทุกประเทศที่ไปเลย ดูแลดีมาก

John De marli

ทําวีซ่ากับเรา
MESUB TRAVEL

ดียังไง

ลดเวลา

  • ไม่ต้องรอคิว
  • ไม่ต้องเสียเวลาทําเอกสาร

ลดขั้นตอน

  • ไม่ต้องกรอกฟอร์มเอง
  • ไม่ต้องเขียนเอกสารเพิ่ม

เพิ่มโอกาสผ่าน

  • การันตี กว่า 10,000+ เคสสําเร็จ
  • ประสบการณ์เยอะ ผ่านมาทุกเคส

ขั้นตอน
การทำวีซ่ากับเรา

ประเภทของวีซ่า

      หากแบ่งตามประเภทวีซ่าถือได้ว่ามีความหลากหลายมาก โดยขึ้นอยู่กับทั้งระยะเวลาที่จะไปอยู่ในอเมริกา จุดประสงค์ต่าง ๆ โดยจะมี 3 ประเภทหลักที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ได้แก่

เอกสารที่ต้องเตรียม

มีอายุเหลืออย่างน้อยที่สุด 6 เดือน

  • ขนาด 2×2 นิ้ว หน้าตรง พื้นหลังสีขาว
    ห้ามใส่แว่นตาและควรเปิดหน้า
  • บัตรประชาชน 
  • ทะเบียนบ้าน 
  • ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล 
  • ทะเบียนสมรส ใบหย่า
  • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา 
    ผลการเรียน
  • หนังสือรับรองการทำงาน (ออกไม่เกิน 1 เดือน) 
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี) 
  • ในกรณีที่เป็นเจ้าของธุรกิจให้แสดงหนังสือรับรองบริษัทที่คัดมาจาก DBD ไม่เกิน 3 เดือน หรือทะเบียนการค้า
วีซ่านักเรียนอเมริกา

รายละเอียด และค่าใช้จ่ายวีซ่าประเภทต่าง ๆ

วีซ่าอเมริกา แต่ละประเภทนั้นจะใช้เอกสารหลักที่คล้ายกัน เช่น หนังสือเดินทาง สมุดเดินบัญชี (Bank Statement) ทะเบียนบ้าน จุดประสงค์ของการเดินทางเป็นต้น แต่เนื่องจากวีซ่ามีหลายประเภท และจุดประสงค์แตกต่างกันไป จึงมีการใช้เอกสารย่อย หรือ เอกสารเฉพาะที่แตกต่างกัน ในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายรายละเอียดของวีซ่าแต่ละประเภท และเอกสารเบื้องต้น

1. วีซ่าธุรกิจ (B1) และ วีซ่าท่องเที่ยว (B-2)

วีซ่า B-1 และ B-2 สหรัฐอเมริกา (US) เป็นวีซ่าที่มีสิทธิ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันในบางส่วน นั้นก็คือ วีซ่าธุรกิจ (B1) เป็นวีซ่าที่จุดประสงค์คือทางด้านธุรกิจ เช่น เดินทางไปประชุมงาน / Business Trip / Seminar / Exhibition ในขณะที่วีซ่าท่องเที่ยว (B-2) จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางที่มาท่องเที่ยวที่อเมริกา อีกทั้งยังครอบคลุมในเรื่องของการรักษาทางการแพทย์ (Medical treatment) อีกด้วย

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยว (B-1) วีซ่าท่องเที่ยว (B-2) สามารถทำได้

 

  • ท่องเที่ยว
  • แวะหาญาติ หรือ พบปะเพื่อน
  • ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา
  • การรักษาทางการแพทย์
  • ทำธุรกิจระยะสั้น* (เฉพาะวีซ่า B-2)

2. วีซ่านักเรียน (F-1)

เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาที่อเมริกาเพื่อการเรียนศึกษาต่อโดยเฉพาะซึ่งผู้ที่ไปเรียนนั้นจะได้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่จะเรียนในการเรียนภาษาระยะยาว รวมไปถึงระดับปริญญาฯ ไม่ว่าจะเป็น ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกที่อเมริกา

และวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าที่ถือได้ว่าใช้เอกสารเฉพาะค่อนข้างเยอะ และหลากหลาย ดังนั้นเพื่อความมั่นใจในยื่นสมัครวีซ่านักเรียน (F1) สามารถแอดไลน์มาปรึกษา และขอคำแนะนำกับทาง Mesub Travel ได้เช่นเดียวกัน

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่านักเรียน (F-1) สามารถทำได้

 

  • มีสิทธิ์เข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง (SEVIS-approved)
  • สามารถเข้าเรียนในระดับการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก
  • มีสิทธิ์ทำงานในบริบททางวิชาชีพ (Optional Practical Training, OPT) หลังจบการศึกษาเพื่อได้ประสบการณ์การทำงาน
  • มีสิทธิ์สมัครทำงานในสถานที่ศึกษา (on-campus employment) โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจาก USCIS
  • นักเรียน F-1 ที่จบการศึกษามีสิทธิ์ยื่นคำขอ OPT เพื่อทำงานในสาขาที่เรียนไป
  • นักเรียน F-1 ที่ต้องการทำงานในสถานที่ศึกษาในระหว่างการศึกษาสามารถทำการสมัคร CPT (Curricular Practical Training) ได้
  • มีสิทธิ์ท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา ก่อนหรือหลังการเรียน (ทั้งนี้ก็ต่อเมืื่อวีซ่าได้รับอนุมัติแล้ว)
  • มีสิทธิ์อยู่ในสหรัฐตลอดระยะเวลาการศึกษา
  • มีสิทธิ์เข้า และออกของสหรัฐในระหว่างระยะเวลาการศึกษา
  • มีสิทธิ์ยื่นคำขอต่อวีซ่าเพื่อดำรงชีวิตในสหรัฐหลังจบการศึกษา (เช่น วีซ่า H-1B หรือ วีซ่าประเภทอื่น ๆ)

3. วีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1)

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวีซ่าได้ที่ได้รับความนิยม เพราะในประเทศไทยมีโครงการแลกเปลี่ยนมากมายทั้งแลกเปลี่ยนในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งอเมริกาก็เป็นประเทศในฝันของหลาย ๆ คนสำหรับการเดินทางไปแลกเปลี่ยน และแน่นอนว่ามีเอกสารที่ต้องเตรียมมากมายทั้งฝั่งนักเรียนเอง และผู้ปกครอง โดยวีซ่าประเภทนี้ก็เหมือนกับวีซ่าประเภทอื่น ๆ ในเรื่องของสิทธิ์ที่บางอย่างทำได้ และไม่สามารถทำได้

โดยสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) สามารถทำได้

  • สิทธิในด้านการศึกษา: เรียนตามหลักสูตรปกติ เข้าร่วมชมรม เข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียน
  • สิทธิในด้านสุขภาพ: เข้าถึงระบบประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน (อาจแตกต่างกันไปตามโครงการแลกเปลี่ยน)
  • สิทธิในด้านการทำงาน: อนุญาตให้ทำงานบางประเภท เช่น งานในมหาวิทยาลัย ร้านค้าในมหาวิทยาลัย
  • สิทธิในด้านการพำนัก: อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ตามระยะเวลาที่วีซ่ากำหนด
  • สิทธิในด้านเสรีภาพ

และสิ่งที่ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า (J-1) ไม่สามารถทำได้

 

  • ห้ามทำงานนอกเหนือข้อกำหนด: ทำธุรกิจ รับจ้างอิสระ รับงานนอกมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามเดินทางออกนอกสหรัฐอเมริกาเกินกำหนดวีซ่า
  • ห้ามเปลี่ยนสถานะวีซ่าโดยไม่ได้รับอนุญาต: หากอยากอยู่ต่อต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ชนิดอื่น
  • ห้ามละเมิดกฎหมาย: ขับรถดื่มเหล้า ยาเสพติด ก่ออาชญากรรม
  • ห้ามละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น: การเหยียดผิว ศาสนา ล้วงล้ำความเป็นส่วนตัว

4. วีซ่านักลงทุน (E-2)

วีซ่า E-2, หรือที่เรียกว่า “Investor Visa” เป็นวีซ่าที่ช่วยให้นักลงทุนจากต่างประเทศมีสิทธิ์ในการเข้ามาลงทุน และดำเนินกิจธุรกิจในสหรัฐอเมริกาซึ่งประเทศไทยสามารถสมัครวีซ่านี้ได้ ซึ่งเป็นวีซ่าที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

สำหรับวีซ่านักลงทุน (E-2) จะมีขั้นตอนที่เฉพาะ และใช้เอกสารที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการเตรียมการเป็นพิเศษ

 

  • ต้องมีธุรกิจที่สามารถปฏิบัติงานในสหรัฐอเมริกา
  • นักลงทุนต้องลงทุนเงินในธุรกิจที่มีมูลค่าสมเหตุสมผล
  • การลงทุนต้องเป็นเงินที่มีตัวเลขมีนัยสำคัญและสามารถสร้างงานที่เป็นประโยชน์
  • นักลงทุนต้องเป็นพลเมืองของประเทศที่มีสัญชาติที่มีข้อตกลง E-2 Treaty กับสหรัฐอเมริกา
  • หากเป็นในกรณีที่จัดตั้งบริษัท
    •  สมัคร EIN (Employer Identification Number) จาก Internal Revenue Service (IRS)
  • มีเอกสารรับรองเพื่อให้้มั่นใจว่าทุนในการลงทุนทางธุรกิจเพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อการยื่นสมัคร E-2 Visa
ประเภทวีซ่า ค่าธรรมเนียม (USD) ระยะเวลาพำนักสูงสุด
วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา (B1/B2) 185 10 ปี
วีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) 160 2 ปี
วีซ่านักเรียน (F-1) 510 1 ปี
วีซ่านักลงทุน (E-2) 460 2 ปี

และนี้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับ วีซ่า ต่าง ๆ การเตรียมเอกสารอาจมีความซับซ้อน และ Process ต่าง ๆ  หากคุณกำลังมองหาคนช่วยตรวจเอกสาร  เตรียมการต่าง ๆ สามารถปรึกษาเราได้ที่นี้

MESUB TRAVEL

รีวิวอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วีซ่า

ขอวีซ่าเช้งเก้นอย่างไร เช็คลิสต์ให้พร้อมก่อนยื่นเอกสาร

26 ประเทศขอวีซ่าเชงเก้นได้  เช็กลิสต์ให้พร้อมก่อนขอวีซ่าเชงเก้นในปี 2024 วีซ่าเช้งเก้น (Schengen Visa) คืออะไร? อย่างแรกเลยเราต้องมาเริ่มรู้จักกันก่อนว่า “เชงเก้น (Schengen)” คืออะไร คำว่า “เช้งเก้น (Schengen)” มีที่มาจาก “ความตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement)” ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศในทวีปยุโรป ที่อนุญาตให้สมาชิกในกลุ่ม(ปัจจุบันมี 26 ประเทศ)สามารถเดินทางเข้าออกในประเทศที่เป็นภาคีข้อตกลง (เขตเชงเกน) ได้โดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง