รับทำวีซ่า

Visaคืออะไร ? ทำไมต้องทำวีซ่า ?

 

รับทำวีซ่า หลายๆ คนที่กำลังเริ่มเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก คงสงสัยกันอยู่ไม่น้อยเลยว่า “วีซ่า” นั้นคืออะไร? ทำไมเราต้องทำ Visa กันด้วย ? การทำ visa นั้นจำเป็นจริงหรือ? วันนี้ทีมงานมีทรัพย์จะมาไขข้อข้องใจของทุกเองค่ะ

 

วีซ่า (Visa) หรือ การตรวจลงตรา คือ เอกสารที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศหรือดินแดนที่ระบุไว้ ภายใต้ระยะเวลาและจุดประสงค์ที่กำหนด ซึ่งVisaจะถูกแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขณะเดินทางเข้าประเทศหรือดินแดนนั้นๆ หรือถ้าให้เข้าใจง่ายๆ Visaคือ เอกสารที่ใช้เพื่อการตรวจสอบการเข้าเมือง นั่นเองค่ะ

 

แล้วทำไมต้องทำVisa ? | visaคืออะไร

สำหรับคำถามนี้ ทีมงานมีทรัพย์ต้องขอเล่าย้อนกลับไปที่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงจุดต้นกำเนิดของการมีVisa ในสมัยนั้น (เค้าว่ากันว่า) ผู้นำในแต่ละประเทศเกิดความกังวลใจ เกี่ยวกับบุคคลที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศของตน เกรงว่าอาจจะเป็นนักสืบ หรือแอบแฝงมาจากประเทศศัตรู จึงได้มีการริเริ่มให้มีการสอบประวัติ พร้อมกับทำเอกสารอนุญาตการเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา… เล่ามาจนถึงจุดนี้แล้ว ทีมงานมีทรัพย์เชื่อว่าทุกคนน่าจะพอเข้าใจเหตุผลของการทำVisaมากขึ้นแล้วแหละ นั่นก็คือ เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลผู้เดินทาง และเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เดินทางเอง และความปลอดภัยของประเทศนั้นๆอีกด้วยค่ะ

 

 

โดย Visa นั้น จำเป็นต้องถูกพิจารณาและอนุมัติจากประเทศนั้นๆ ที่ทุกคน(กำลัง)จะเดินทางไป ซึ่งคำถามคือ… แต่เรายังไม่ทันจะได้เดินทางเลย เค้าจะอนุมัติได้อย่างไร? และคำตอบก็คือ สถานทูตเป็นผู้อนุมัติให้ นั่นเองค่ะ! หากเราวางแผนที่จะเดินทางไปประเทศจีน ให้เราทำการติดต่อทำ visa ที่สถานทูตจีนในประเทศไทย ซึ่งเอกสารที่ออกโดยสถานทูตจีน จะถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกพิจารณาและอนุมัติจากประเทศจีน ที่เรากำลังจะเดินทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แค่นี้ทุกคนก็สามารถแสดงวีซ่าตอนเดินทางเข้าสู่ประเทศจีนได้เลย

 

สุดท้ายนี้ ทีมงานมีทรัพย์ก็หวังว่าทุกคนจะเห็นภาพมากขึ้น ว่าVisaนั้นคืออะไร ไว้ทีมงานมีทรัพย์จะมาแชร์ข้อมูล ความรู้ดีๆเกี่ยวกับการทำVisaให้อีกนะคะ

 

ประเภทของวีซ่า มีอะไรบ้าง ?

 

ประเภทของVisa – เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนถามกันเข้ามาเยอะมากๆๆ ว่า Visaมีกี่ประเภท? แบบไหนบ้าง? แล้วเราต้องใช้วีซ่าประเภทอะไร? ต้องบอกเลยว่า ประเภทของVisa นั้นมีเยอะมากก แบ่งละเอียดยิบย่อยตามจุดประสงค์ของการเดินทาง แถมVisaบางประเภท มีลักษณะคล้ายกัน แต่ในแต่ละประเทศเรียกไม่เหมือนกันก็มีค่ะ ดังนั้น ทีมงานมีทรัพย์ขออนุญาตแจกแจงประเภทหลักๆของVisaให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจง่ายๆ เป็นดังนี้ค่ะ

 

  • Tourist Visa (Visaท่องเที่ยว)

เพื่อจุดประสงค์ในการท่องเที่ยวหรือสันทนาการ โดยไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจมาเกี่ยวข้อง

 

  • Business Visa (Visaธุรกิจ)

เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการค้าในประเทศนั้น ๆ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ 

 

  • Temporary Worker Visa (Visaทำงานชั่วคราว)

เพื่อยืนยันการได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศนั้นๆ ได้ 

 

  • Transit Visa (Visaเปลี่ยนเครื่อง)

เพื่อเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่เป็นจุดหมาย ปกติจะมีอายุประมาณ 5 วัน

 

  • On-Arrival Visa (วีซ่าที่ได้รับเมื่อเดินทางถึงสนามบินที่เป็นจุดหมายการเดินทาง)

Visa ชนิดนี้ จะได้รับตรงจุดตรวจคนเข้าเมือง

 

  • Spousal Visa หรือ Partner Visa (วีซ่าแต่งงาน)

อนุญาตให้คู่แต่งงาน (เพศชายหรือหญิงก็ตาม) ที่เป็นคู่ชีวิตของประชากรของประเทศนั้น ๆ สามารถเดินทางมาอยู่ด้วยกันได้

 

  • Student Visa (Visaนักเรียน)

อนุญาตให้ผู้ถือสามารถทำการเรียนในประเทศนั้นๆ ได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่บางประเทศก็ใช้ Visaท่องเที่ยว แทน Visaชนิดนี้

 

  • Working Holiday Visa (Visaท่องเที่ยวและทำงาน)

เป็นVisa ที่สามารถท่องเที่ยวและทำงานเพื่อหาประสบการณ์ภายในเงื่อนไขที่กำหนดได้ 

 

  • Diplomatic Visa (Visaทูต)

เป็นVisaที่ออกให้กับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางทางการทูต

 

  • Journalist Visa

Visaสำหรับนักเขียน หรือนักข่าวจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ

 

  • Immigration Visa

เป็นVisaอนุมัติให้กับผู้ที่ต้องการอพยพไปตั้งถิ่นฐาน 

 

  • Pensioner Visa หรือ Retirement Visa (Visaผู้รับบำนาญ หรือ Visaผู้เกษียณ )

ออกให้ในบางประเทศ สำหรับผู้ที่แสดงให้เห็นว่ามีรายได้ในต่างประเทศที่เพียงพอ และไม่มีความประสงค์ที่จะทำงานแล้ว

 

  • Ship Crew Visa (Visaลูกเรือ)

เป็นVisaที่อนุญาตให้กับ ลูกเรือของสายการบินที่ต้องเดินทางเข้ามาพร้อมสายการบิน

 

 

และในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนจะต้องศึกษาประเภท ของVisaให้สอดคล้องกับประเทศนั้นๆ ที่กำลังจะเดินทางไปค่ะ ซึ่งประเภท ของวีซ่ายังไม่จบเพียงเท่านี้! จริงๆ แล้ววีซ่านั้นยังมีรูปแบบอีกมากมายเลย ตัวอย่างเช่น

 

  1. แบบฉลาก จะเป็นการพิมพ์การตรวจลงตราไว้บนฉลาก จากนั้นนำไปติดลงบนหนังสือเดินทาง
  2. แบบเอกสาร คือการออกเอกสารการเดินทางเป็นกระดาษ
  3. แบบตราประทับ ใช้วิธีการประทับหรือพิมพ์การตรวจลงตราไว้ด้วยหมึก
  4. แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกเรียกขึ้นมาดูผ่านระบบคอมพิวเตอร์ตอนเข้าประเทษนั้นๆ

 

เป็นยังไงบ้างคะ.. กับข้อมูลอัดแน่นเกี่ยวกับประเภทVisaในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะได้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ ยังไงทีมงานมีทรัพย์จะมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการเดินทางและVisaอีกนะคะ

 

ทำไมถึงถูกปฏิเสธVisa ?

 

เจ็บอะไรก็ไม่เท่า เจ็บใจเพราะโดนปฏิเสธVisa! วันนี้ทีมงานมีทรัพย์จะมาแชร์ถึงเหตุผล (จากประสบการณ์) ที่ทำไมหลายๆ คนถึงโดนปฏิเสธvisaกันค่ะ

 

  • จุดประสงค์ของการเดินทางไม่สอดคล้องกับประเภทของVisa

หลักการของการขอVisaนั้น เราจำเป็นที่จะต้องยื่นขอประเภทVisaให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการเดินทาง ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการเดินทางไปเรียน จะต้องยื่นvisaนักเรียนเท่านั้น ไม่สามารถยื่นvisa ท่องเที่ยว หรือเยี่ยมเยียนได้ ซึ่งสิ่งที่ทีมงานมีทรัพย์แนะนำคือให้อ่านเงื่อนไขที่ทางสถานทูตได้กำหนดไว้อย่างละเอียด ก่อนทำการสมัครค่ะ

 

  • ข้อมูลไม่ตรง ผิดพลาด

ข้อผิดพลาดนี้ สามารถเกิดขึ้นได้จากการกรอกแบบฟอร์ม ที่อาจจะพิมพ์ตัวอักษรผิด หรือไม่ครบ ทำให้ผลการขอVisaนั้นไม่ผ่านค่ะ

 

  • หลักฐานประกอบการเดินทางไม่เพียงพอ

การสมัครVisaแต่ละประเภท ก็จะต้องใช้เอกสารที่จำเป็นต่างกัน ตัวอย่างการถูกปฏิเสธนั้นอาจจะมาจาก ทางสถานทูตมองว่าหลักฐานทางการเงินของเรานั้นไม่น่าเพียงพอต่อการใช้เดินทาง หรือเอกสารรับรองของเราไม่น่าเชื่อถือพอ ดังนั้นการเตรียมเอกสารเพิ่มเติมจึงสำคัญมากๆค่ะ

 

  • สัมภาษณ์ไม่ผ่าน

การสัมภาษณ์นั้น เบื้องต้นทางสถานทูตจะต้องการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษและความสอดคล้องของข้อมูลที่เราได้ให้สัมภาษณ์ออกไป ดังนั้น การเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์นั้นคือว่ามีความสำคัญมาก ต้องระวังไม่ให้เกิดการสื่อสารผิดพลาด มิเช่นนั้นVisaอาจจะถูกปฏิเสธได้ค่ะ

 

  • เคยมีประวัติไม่ดีมาก่อน

ในบางกรณีที่ตัวบุคคลคนนั้นเคยมีประวัติอยู่ในต่างประเทศเกินอายุของVisa หรือประวัติพฤติกรรมอื่นๆ ที่ไม่ดีในต่างประเทศ ก็อาจจะทำให้เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สถานทูตพิจารณาผลvisaไม่ผ่านค่ะ เนื่องจากสถานทูตนั้นจำเป็นต้องรักษาประโยชน์และความปลอดภัยของประเทศตนเองเช่นกัน

 

และนี่ก็คือ 5 เหตุผลเบื้องต้น ว่า ทำไม? เราถึงสามารถถูกปฏิเสธVisaค่ะ ไหนใครอ่านแล้ว มีข้อที่ตนเองไม่มั่นใจอยู่บ้างคะ อย่าลืมไปแก้ไขกันนะคะ ก่อนทำการสมัคร วีซ่า ยังไงทีมงานมีทรัพย์ก็อวยพรขอให้ทุกคนสมัครVisaผ่านกันเยอะๆค่ะ

 

 

ขั้นตอนการทำVisa?

รับทำวีซ่า มาถึงคำถามที่ทุกคนรอคอยกันแล้วนะคะ กับ ขั้นตอนในการทำVisaนั้นมีอะไรบ้าง? จริงๆ อาจจะต้องเกริ่นก่อนเลยค่ะว่าขั้นตอนในการทำVisaของแต่ละประเทศ และแต่ละประเภท นั้น มีรายละเอียดที่แตกต่างกันแน่นอนค่ะ แต่วันนี้ทีมงานมีทรัพย์จะมาอธิบายถึงขั้นตอนโดยทั่วไปให้ทุกคนเข้าใจกันง่ายๆค่ะ

 

1.ศึกษาข้อมูลประเภทVisaของประเทศที่ต้องการเดินทางไป

อันดับแรกของการเริ่มทำVisa คือ การศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับVisaของประเทศนั้นๆ ก่อนค่ะ โดยทีมงานมีทรัพย์อยากให้ทุกคนตอบคำถามด้านล่างนี้ให้ครบค่ะ

 

  • จุดประสงค์ของการเดินทางคืออะไร?

เราจำเป็นจะต้องทราบก่อนว่าจะเดินทางเพื่อไปเที่ยว ไปเยี่ยมเยือน ไปธุรกิจ ไปเรียน หรือไปตั้งรกรากถิ่นฐาน เพราะจุดประสงค์ของการเดินทางนี้จะเป็นตัวนำทางให้เราเลือกประเภทVisaได้ถูกต้องนั่นเองค่ะ

 

  • ประเทศที่จะเดินทางไปนั้น จำเป็นต้องขอVisaล่วงหน้าไหม?

ในบางประเทศ เราจะอาจจะไม่จำเป็นต้องขอVisaเพื่อเดินทางค่ะ (ตามข้อตกลง) ดังนั้น การที่เราศึกษารายละเอียดว่าประเทศที่เราจะไปนั้น ได้ทำข้อตกลงกับประเทศไทยไว้หรือไม่ อาจจะทำให้เราไม่ต้องเปลืองเวลากับเรื่องvisaได้เลยค่ะ ตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น

 

  • จุดประสงค์ของการเดินทางนั้นตรงกับvisaประเภทไหน?

สำหรับประเทศที่จำเป็นต้องขอVisaก่อนการเดินทาง เราจำเป็นจะต้องขอประเภทของVisaให้ตรงกับจุดประสงค์ของการเดินทาง เพราะจะมีผลต่อเอกสารที่ต้องเตรียม ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเทศที่ต้องการจะเดินทางไปค่ะ

 

2.ศึกษาเอกสารที่ต้องเตรียม

ส่วนมากแล้ว เอกสารที่ต้องเตรียมจะแบ่งเป็น เอกสารส่วนตัวเพื่อแสดงตน และเอกสารที่ต้องทำเพิ่มเติม เพื่อประกอบการขอvisaค่ะ ตัวอย่างของเอกสารส่วนตัวจะมี บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน รูปถ่าย เป็นต้น และเอกสารที่เอกสารที่ต้องทำเพิ่มเติมเพื่อประกอบการขอVisaนั้น จะขึ้นอยู่กับประเภทของvisaที่ยื่น ดังนั้นทีมงานมีทรัพย์แนะนำให้ศึกษารายละเอียดของเอกสารประเภทนี้ให้ดีค่ะ เนื่องจากจะมีผลต่อการพิจารณาผลVisaเป็นอย่างมากค่ะ ตัวอย่างเอกสารที่ต้องทำเพิ่มเติม เช่น ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก เอกสารรับรองการทำงาน จดหมายเชิญ เป็นต้นค่ะ สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวกับเอกสารที่ต้องเตรียม ได้ที่นี่ เลยนะคะ ทีมงานมีทรัพย์ได้มีเขียนสรุปเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไว้ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆไว้แล้วค่ะ

 

3.กรอกแบบฟอร์มและ เตรียมเอกสาร

หลังจากนั้น ทุกคนสามารกรอกแบบฟอร์มสำหรับการยื่นขอ Visa เดินทางไปประเทศนั้นๆ ได้เลยค่ะ ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีแบบฟอร์มที่แตกต่างกันออกไป และในการกรอกข้อมูลนั้น ทีมงานมีทรัพย์แนะนำว่าควรที่จะตรวจสอบตัวสะกดและความถูกต้องของข้อมูลทุกจุดนะคะ และในระหว่างนี้ทุกคนสามารถดำเนินการเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอVisaไปด้วยได้เลยค่ะ

 

4.ทำนัดหมายกับทางศูนย์ให้บริการ หรือสถานทูต

ขั้นตอนต่อไป จะเป็นการทำนัดหมายเพื่อขอVisaกับทางศูนย์ให้บริการ หรือสถานทูต โดยสามารถทำนัดออนไลน์ได้ตามคิวของสถานทูต สามารถเลือกวันและเวลาที่ตนเองสะดวกเข้าพบได้เลยค่ะ

 

5.เดินทางไปยังศูนย์ให้บริการ หรือสถานทูต

เมื่อถึงวันนัดหมาย ให้เราเดินทางไปยัง ศูนย์ให้บริการ หรือสถานทูต โดยทีมงานมีทรัพย์แนะนำว่าให้ไปถึงก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 30 นาที และการเดินทางไปยังศูนย์ให้บริการ หรือสถานทูตนั้น จุดประสงค์จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศและVisaค่ะ ตัวอย่างเช่น เดินทางไปเพื่อยื่นเอกสาร เดินทางไปเพื่อสแกนลายนิ้วมือ ทางไปเพื่อทำ Biometrics หรือเดินทางไปเพื่อสัมภาษณ์ค่ะ

 

6.รอรับผลVisa พร้อมกับหนังสือเดินทาง

หลังจากเสร็จเรียบร้อย ทุกคนสามารถเดินทางกลับและรอรับผลVisaได้เลยค่ะ ผลVisaอาจจะใช้เวลา 2-7 วันแล้วแต่กรณี และเมื่อได้รับผลVisaเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ผ่านอีเมล) ทุกคนสามารถเดินทางไปรับหนังสือเดินทางพร้อมกับผลvisaกลับมาเพื่อใช้ประกอบการเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ ได้เลยค่ะ

 

สุดท้ายนี้ ทีมงานมีทรัพย์อยากให้ทุกคนค่อยๆทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการยื่นขอVisaค่ะ เพราะจริงๆ แล้วไม่ยากเลย (แต่เยอะ) ยังไงก็ขอให้ทุกคนยื่นvisaผ่านฉลุยกันเลยนะคะ

 

วีซ่า

เอกสารในการทำVisa?

 

รวมมาให้แล้ว! สำหรับสิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนที่สุด ใช้เวลานานที่สุด และน่าปวดหัวที่สุด ในการทำ Visa นั้นก็คือ การเตรียมเอกสารนั่นเองค่ะ… จะมีอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลย! ทีมงานมีทรัพย์ขอแบ่งประเภทเอกสารให้เข้าใจง่ายๆ เป็น 2 จำพวกนะคะ ได้แก่ เอกสารส่วนตัวเพื่อแสดงตน และเอกสารที่ต้องทำเพิ่มเติม เพื่อประกอบการขอVisaประเภทนั้นๆ ค่ะ

 

เอกสารส่วนตัว เพื่อจุดประสงค์ในการแสดงตน จะเป็นเอกสารที่เราส่วนมากมีติดบ้านไว้อยู่แล้วค่ะ และการยื่นขอ Visa แต่ละประเภท จะต้องเตรียมเอกสารคล้ายๆ ดังนี้

 

  • หนังสือเดินทาง
  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • รูปถ่าย
  • ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล 
  • ทะเบียนสมรส ใบหย่า

 

ในส่วนของเอกสาร ที่ต้องทำหรือดำเนินการขอเพิ่มเติม เพื่อประกอบการยื่น Visa ประเภทนั้นๆ อาจจจะต้องเตรียมตามรายละเอียดที่ระบุโดยสถานทูต ตัวอย่างดังนี้ค่ะ

 

  • แบบฟอร์มสมัครVisa
    • แต่การสมัคร Visa ของแต่ละประเทศ โดยส่วนมากจะมีแบบฟอร์มให้กรอก ซึ่งในบางประเทศ อาจจะให้เตรียเอกสารเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น แบบฟอร์ม DS-160 ใบนัดสัมภาษณ์ เป็นต้น

 

  • ใบจองตั๋วเครื่องบิน
    • เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นในการเดินทาง

 

  • ใบจองที่พัก หรือโรงแรม
    • เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นในการเดินทาง

 

  • จดหมายแนะนำตัว (Cover Letter)
    • เป็นเอกสารที่ใช้เพื่อการเขียนสรุปประเด็น ที่ต้องการจะให้สถานทูตรับทราบในการเดินทาง เช่น แจงรายละเอียดของหลักฐานต่างๆ หรืออธิบายถึงความเกี่ยวข้องของบุคคลที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยียน (ถ้ามี)

 

  • จดหมายเชิญ (Invitation Letter)
    • เป็นเอกสารที่เขียนโดยบุคคล/องค์กรที่ต้องการเชิญเราไปยังประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากบริษัทที่จีนนั้นได้ เรียนเชิญเราไปดูงานที่จีน เอกสารเรียนเชิญที่บริษัทที่จีนนั้นส่งมาให้เรา จะถูกใช้เป็นจดหมายเชิญ ประกอบการยื่นขอVisaธุรกิจของเราได้

 

  • จดหมายผู้สนับสนุน (Sponsor Letter)
    • ในกรณีที่ผู้เดินทาง ไม่สามารถเดินทางด้วยตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นในกรณีผู้เยาว์ หรือในกรณีที่รายได้ไม่พอ ทางสถานทูตจะขอให้มีผู้สนับสนุน และเขียนจดหมายสนับสนุนไว้เป็นหลักฐานในการเดินทาง

 

  • เอกสารการเรียน (ในกรณีที่ยังเป็นนักเรียน/นักศึกษา)
    • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา 
    • ผลการเรียนย้อนหลัง

 

  • เอกสารรับรองการทำงาน (ในกรณีที่ทำงานอยู่)
    • หนังสือรับรองการทำงาน ออกไม่เกิน 1 เดือน 
    • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี) 
    • ในกรณีที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ให้แสดงหนังสือรับรองบริษัทที่คัดมาจาก DBD ไม่เกิน 3 เดือน หรือทะเบียนการค้า

 

  • หลักฐานทางการเงิน
    • Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน
    • Bank Certificate อายุเอกสารไม่เกิน 10 วันก่อนยื่นเอกสาร

 

Visaบางประเภทอาจจะใช้แค่ ใบจองตั๋ว-ที่พัก พร้อมกับจดหมายแนะนำตัว ก็เพียงพอ ในVisaบางประเภทอาจจะต้องใช้หลักฐานด้านการเงินเป็นหลัก เพราะฉะนั้นแล้วทีมงานมีทรัพย์แนะนำว่าให้ทุกคนอ่านข้อมูลที่สถานทูตได้ทำการชี้แจงไว้ให้อย่างละเอียดเลยนะคะ

 

และถึงแม้การเตรียมเอกสาร จะเป็นสิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดในการยื่นขอVisa แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เช่นกันค่ะ ยังไงแล้วทีมงานมีทรัพย์ขอตัวก่อน และเดี๋ยวบทความหน้าจะหาสาระดีๆมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ

 

 

เคล็ดลับในการยื่นวีซ่า?

 

แจกฟรี! เคล็ดลับ ในการยื่น visa ให้ผ่าน! ทำได้ยังไง? ทีมงานมีทรัพย์จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

 

อันดับแรก ทีมงานมีทรัพย์แนะนำว่า ให้ทุกคนเริ่มจากการประเมินตนเองก่อนค่ะ ว่าเรานั้น กำลังจะยื่น visa ประเภทอะไร ตรงกับเหตุผลที่จะเดินทางไปจริงๆไหม และ มีความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธมาก – น้อย แค่ไหนค่ะ

 

อันดับต่อมา ให้ดูว่าสถานทูต จะสามารถมีข้อสงสัยตรงไหนได้บ้าง ในเงื่อนไขของตัวเรา และให้หาเอกสาร มาเตรียมพร้อมเพื่อตอบคำถามนั้น เช่น หากผู้เดินทางเป็นผู้เยาว์ ทางสถานทูตอาจจะมีข้อสงสัยว่าจะสามารถกำลังทรัพย์ในการเดินทางได้จริงหรือไม่ ดังนั้น ในกรณีนี้ อาจจะต้องทำเอกสารเพิ่มเติม เช่น จดหมายสนับสนุน หรือ Sponsor Letter  เตรียมไว้

 

อันดับที่สาม ให้ตรวจสอบข้อมูล และเอกสารทุกจุดอย่างละเอียด เพราะการที่ข้อมูลไม่ตรงกันเพียงจุดเดียว อาจจะทำให้ต้องให้เวลาแก้ และพิมพ์ใหม่ หรืออาจจะทำให้ถูกปฏิเสธvisaได้เลย

 

และอันดับสุดท้าย หากจะต้องเดินทางไปยังสถานทูตเพื่อสัมภาษณ์ ให้ทุกคนเตรียมพร้อมในการสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจนและตรงจุด เพื่อให้สถานทูตมีความมั่นใจว่าเรานั้น มีคุณสมบัติมากพอในการเดินทางตามจุดประสงค์นั้นๆ

 

รับทำวีซ่า หากทุกคนอ่านแล้วไม่ได้ติดปัญหาในข้อไหนเลย ก็ให้มั่นใจได้เลยว่า visa ที่เรายื่นนั้น มีโอกาสผ่านที่สูงระดับนึงเชียวละ ทีมงานมีทรัพย์ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ

 

ทำไมถึงถูกปฏิเสธวีซ่า?

บทความที่เกี่ยวข้อง